ตลาดทองคำในประเทศภาคบ่ายวันนี้ขยับปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงต่อเนื่อง โดยหลังจากเปิดตลาดครั้งที่ 1 (เวลา 09:03 น.) ปรับพุ่งขึ้น 400 บาท ตลอดช่วงเช้าถึงเที่ยงที่ผ่านมา ราคาทองคำในประเทศผันผวนอย่างหนักและมีแรงซื้อหนุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มีการปรับเปลี่ยนราคารวม 14 ครั้ง โดยการประกาศล่าสุด (ครั้งที่ 14 เมื่อเวลา 12:35 น. ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงต่อเนื่องมาถึงเวลา 14:00 น.) ปรับตัวขึ้นมาปักหลักอยู่ที่ทองคำแท่งขายออก 65,050 บาท ส่งผลให้ภาพรวมราคาทองคำในประเทศ ณ เวลา 14:00 น. ปรับเพิ่มขึ้นสะสมสุทธิถึง 950 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดงวดวันอังคารที่ผ่านมา (64,100 บาท)
ข้อมูลราคาทองคำล่าสุด (ประกาศครั้งที่ 14 – เวลา 12:35 น.)
- ทองคำแท่ง (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- รับซื้อ: 64,850.00 บาท ต่อบาททองคำ
- ขายออก: 65,050.00 บาท ต่อบาททองคำ
- ทองรูปพรรณ (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- ฐานภาษี (รับซื้อ): 63,550.72 บาท ต่อบาททองคำ
- ขายออก: 65,850.00 บาท ต่อบาททองคำ (ยังไม่รวมค่ากำเหน็จหน้าร้าน) (ภาพรวมราคาปรับเพิ่มขึ้นสุทธิ +950 บาท จากราคาปิดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา)
สรุปราคาแยกตามน้ำหนัก:
| น้ำหนักทอง | ทองคำแท่ง (ขายออก) | ทองรูปพรรณ (ขายออก*) |
| 1 บาท | 65,050.00 บาท | 65,850.00 บาท |
| 2 สลึง | 32,525.00 บาท | 32,925.00 บาท |
| 1 สลึง | 16,262.50 บาท | 16,462.50 บาท |
| ครึ่งสลึง | 8,131.25 บาท | 8,231.25 บาท |
*ราคาขายออกทองรูปพรรณนี้ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ (ค่ากำเหน็จเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับร้านและลวดลาย)
วิเคราะห์ปัจจัยสำคัญและแนวโน้มตลาดช่วงบ่าย
- Gold Spot พุ่งแรงทะลุ $4,130: สัญญาราคาทองคำโลก (Gold Spot) ช่วงบ่ายทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,131 – 4,132 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับแรงหนุนจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบซึ่งช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง
- ปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องจับตา: ตลาดยังให้น้ำหนักและรอติดตามการรายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP, ดัชนี ISM ภาคการบริการ และตำแหน่งงานเปิดรับสมัครใหม่ (JOLTS) ในคืนนี้ เพื่อประเมินสัญญาณก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ในวันศุกร์นี้
- กลยุทธ์การลงทุน: ภาพรวมทิศทางราคาทองคำทางเทคนิคยังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น (Uptrend) แต่เนื่องจากราคาปรับตัวขึ้นแรงและเร็ว แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง ไม่แนะนำให้ไล่ราคาซื้อที่ระดับสูง ควรรอจังหวะย่อตัวเข้าสะสมบริเวณแนวรับ 4,000 – 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน $4,130 – $4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
**ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงเนื้อหา**