ตลาดทองคำในประเทศภาคบ่ายวันนี้ผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาเปิดตลาดครั้งที่ 1 (เวลา 09:03 น.) ปรับตัวขึ้น 50 บาท ทะลุระดับ 69,100 บาทสำหรับทองคำแท่งขายออก จากนั้นตลอดช่วงเช้าถึงเที่ยงที่ผ่านมา เริ่มมีแรงเทขายทำกำไรระยะสั้นสลับออกมาเป็นระยะ ส่งผลให้สมาคมค้าทองคำปรับราคาระหว่างวันไปแล้วรวม 13 ครั้ง โดยการประกาศล่าสุด (ครั้งที่ 13 เมื่อเวลา 12:45 น. ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงต่อเนื่องมาถึงเวลา 14:00 น.) ปรับเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกลงมาปักหลักอยู่ที่ 68,950 บาท และทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 69,750 บาท ส่งผลให้ภาพรวมราคาทองคำในประเทศ ณ เวลา 14:00 น. ปรับลดลงสะสมสุทธิ 100 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดงวดวันพุธที่ผ่านมา (69,050 บาท)
ข้อมูลราคาทองคำล่าสุด (ประกาศครั้งที่ 13 – เวลา 12:45 น.)
- ทองคำแท่ง (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- รับซื้อ: 68,750.00 บาท ต่อบาททองคำ
- ขายออก: 68,950.00 บาท ต่อบาททองคำ
- ทองรูปพรรณ (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- ฐานภาษี (รับซื้อ): 67,371.04 บาท ต่อบาททองคำ
- ขายออก: 69,750.00 บาท ต่อบาททองคำ (ยังไม่รวมค่ากำเหน็จหน้าร้าน) (ภาพรวมราคาปรับลดลงสุทธิ -100 บาท จากราคาปิดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา)
สรุปราคาแยกตามน้ำหนัก:
| น้ำหนักทอง | ทองคำแท่ง (ขายออก) | ทองรูปพรรณ (ขายออก*) |
| 1 บาท | 68,950.00 บาท | 69,750.00 บาท |
| 2 สลึง | 34,475.00 บาท | 34,875.00 บาท |
| 1 สลึง | 17,237.50 บาท | 17,437.50 บาท |
| ครึ่งสลึง | 8,618.75 บาท | 8,718.75 บาท |
*ราคาขายออกทองรูปพรรณนี้ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ (ค่ากำเหน็จเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับร้านและลวดลาย)
วิเคราะห์ปัจจัยสำคัญและแนวโน้มตลาดช่วงบ่าย
- Gold Spot พักฐานชั่วคราว: สัญญาราคาทองคำโลก (Gold Spot) ช่วงบ่ายย่อตัวลงมาแกว่งตัวบริเวณ 4,398 – 4,402 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังช่วงเช้าปรับตัวขึ้นแตะ $4,412 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเริ่มมีแรงเทขายทำกำไรระยะสั้นจากนักลงทุนก่อนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวทรงตัว: อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทช่วงบ่ายทรงตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่บริเวณ 33.09 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ช่วยลดแรงกดดันราคาในประเทศให้ไม่ผันผวนมากนัก
- กลยุทธ์การลงทุน: แม้ในระยะสั้นจะเผชิญแรงขายทำกำไร แต่ทิศทางหลักของราคาทองคำยังคงอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น แนะนำนักลงทุนทยอยตั้งรับซื้อสะสมตามแนวรับสำคัญของ Gold Spot บริเวณ $4,380 – $4,390 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และประเมินแนวต้านช่วงถัดไปที่ $4,420 – $4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์
**ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงเนื้อหา**