Contact Information

Somdej Phra Pinklao Hospital 11, Soi Somdej Phra Chao Taksin 22, Bukkhlo Subdistrict, Thonburi District, Bangkok 10600

We Are Available - Call Now.

ท่ามกลางกระแสข่าวของ ดาวหางแม็บส์ (C/2026 A1) ที่เพิ่งสลายตัวไป และ ดาวหางแพนสตารส์ (C/2025 R3) ที่กำลังอวดโฉมหางยาวเหนือขอบฟ้าตะวันออกในช่วงรุ่งเช้า ยังมีดาวหางอีกดวงหนึ่งที่นักดาราศาสตร์เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดแม้สื่อกระแสหลักจะไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก นั่นคือ ดาวหาง 41P/Tuttle–Giacobini–Kresák เนื่องจากมันมีพฤติกรรมสุดแปลกประหลาดที่ไม่เคยพบในดาวหางดวงใดมาก่อน

ปริศนาการหมุนที่ “กลับทิศ” อย่างรวดเร็ว

ดาวหาง 41P เป็นดาวหางคาบสั้นที่มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ทุก 5.4 ปี มีต้นกำเนิดมาจากแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) บริเวณขอบนอกของระบบสุริยะ ก่อนจะถูกแรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสบดีดึงเข้ามาสู่ระบบสุริยะชั้นใน

ความน่าสนใจเกิดขึ้นในปี 2560 เมื่อนักดาราศาสตร์พบว่านิวเคลียสของมันหมุนช้าลงอย่างฮวบฮาบภายในเวลาเพียง 2 เดือน แต่ที่น่าฉงนยิ่งกว่าคือการสำรวจในเวลาไม่ถึงปีต่อมาพบว่า มันกลับมาหมุนเร็วขึ้นอีกครั้ง แต่เป็นการหมุนในทิศทางตรงกันข้ามกับของเดิม ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติอย่างมาก

ดาวหาง 41 พี/ทัตเติล-จาโคบีนี-เครซาก (จาก Kees Scherer)

“ไอพ่นแก๊ส” กลไกขับเคลื่อนนิวเคลียส

ทีมนักวิจัยนำโดย เดวิด จีวิตต์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลีส (UCLA) ได้ไขปริศนานี้ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง 36 ปีจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล พบว่าสาเหตุหลักมาจาก “ลำแก๊ส” ที่พุ่งออกจากนิวเคลียส

เมื่อดาวหางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ น้ำแข็งใต้พื้นผิวจะระเหิดเป็นแก๊สและพุ่งผ่านรูเปิดบนพื้นผิวออกมา ลำแก๊สเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือน “เครื่องยนต์จรวดขนาดเล็ก” ที่สร้างแรงผลักต่อนิวเคลียสในทิศทางตรงกันข้าม และเนื่องจากตำแหน่งของรูเปิดเหล่านี้กระจายตัวไม่สม่ำเสมอ จึงเกิด “แรงบิด” ที่ไม่สมดุล

ด้วยขนาดนิวเคลียสของ 41P ที่เล็กเพียง 1 กิโลเมตร แรงผลักเพียงน้อยนิดจากลำแก๊สจึงเพียงพอที่จะปั่นให้นิวเคลียสหมุนเร็วขึ้น ช้าลง หรือแม้แต่พลิกกลับทิศทางได้อย่างง่ายดาย

การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินคาด

นอกจากเรื่องการหมุนแล้ว 41P ยังแสดงความผันผวนด้านการคายแก๊สอย่างรุนแรง โดยในปี 2560 มันคายแก๊สน้อยกว่าปี 2544 ถึง 10 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าพื้นผิวของดาวหางดวงนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก อาจเกิดจากการสะสมของฝุ่นจนอุดตันช่องเปิด หรือวัสดุภายในระเหิดจนหมดไปในบางจุด

โดยปกติ ดาวหางทั่วไปจะใช้เวลาหลายร้อยหรือหลายพันปีกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนี้ แต่ 41P กลับใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี

ชะตากรรมของดาวหาง 41P

การที่นิวเคลียสหมุนเร็วเกินไปอาจนำไปสู่จุดจบได้ เพราะหากความเร็วรอบสูงจนแรงโน้มถ่วงอันน้อยนิดมหาศาลรั้งไว้ไม่ไหว นิวเคลียสอาจแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างไรก็ตาม นักดาราศาสตร์เชื่อว่าด้วยประวัติการโคจรที่ยาวนานกว่า 1,500 ปี และการผ่านเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มานับครั้งไม่ถ้วน 41P น่าจะยังมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะไม่สลายตัวไปในเร็ววัน แม้จะมีพฤติกรรมที่ผันผวนเพียงใดก็ตาม

credit: https://thaiastro.nectec.or.th

Spread the love

administrator