ตลาดทองคำในประเทศเช้าวันพุธซึ่งเป็นวันเริ่มต้นเดือนใหม่ก้าวเข้าสู่เดือนกรกฎาคม เปิดฉากหลั่งเลือดต่อเนื่องเป็นวันที่สามติดต่อกัน โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09:03 น. ปรับตัวลดลงทันทีอีก 450 บาท ซ้ำเติมจากความบอบช้ำในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ร่วงพังทลายลงมาอย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกหลุดแนว 63,000 บาท ลงมาตั้งฐานล่างรอบใหม่ที่ระดับ 62,850 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณขายออกร่วงลงมาแตะระดับ 63,650 บาท ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางเทคนิค
สรุปราคาทองคำ (ครั้งที่ 1 – เวลา 09:03 น.)
- ทองคำแท่ง (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- รับซื้อ: 62,650.00 บาท ต่อบาททองคำ
- ขายออก: 62,850.00 บาท ต่อบาททองคำ
- ทองรูปพรรณ (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- ฐานภาษี (รับซื้อ): 61,398.00 บาท ต่อบาททองคำ
- ขายออก: 63,650.00 บาท ต่อบาททองคำ (บางพื้นที่บวกค่ากำเหน็จหน้าร้าน) (เปิดตลาดเช้าวันพุธต้นเดือน ราคาปรับลดลงรวดเดียวสุทธิ -450 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดภาคเย็นของเมื่อวานนี้)
สรุปราคาแยกตามน้ำหนัก (อ้างอิงประกาศครั้งที่ 1 ณ เวลา 09:03 น.):
| น้ำหนักทอง | ทองคำแท่ง (ขายออก) | ทองรูปพรรณ (ขายออก*) |
| 1 บาท | 62,850.00 บาท | 63,650.00 บาท |
| 2 สลึง | 31,425.00 บาท | 31,825.00 บาท |
| 1 สลึง | 15,713.00 บาท | 15,913.00 บาท |
| ครึ่งสลึง | 7,856.00 บาท | 7,956.00 บาท |
*ราคาขายออกทองรูปพรรณนี้ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ (ค่ากำเหน็จเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับร้านและลวดลาย)
ปัจจัยและแนวโน้มสถานการณ์
- ทองโลกทรุดรับเฟดตรึงดอกเบี้ยลากยาว-ข่าวดีลภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน: ราคาทองคำสปอต (Gold Spot) เปิดตลาดส่งท้ายไตรมาสแกว่งตัวปรับฐานลดลงในทิศทางแนวโน้มขาลง (Sideways Down) เคลื่อนไหวในกรอบเฉลี่ย 4,020 – 4,037 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่มีแรงกดดันทำ New Low เป็นระยะ โดยตลาดรับผลกระทบเชิงลบหลักจากเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ที่ยังคงส่งสัญญาณความน่าจะเป็นสูงถึง 70.1% ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะตัดสินใจ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ในระดับสูงต่อไปในรอบการประชุมถัดไปเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ ประกอบกับความไม่แน่นอนของข่าวสารการเจรจาทางเทคนิครวมถึงข้อตกลงระงับศึกชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยชั่วคราว
- เงินบาททรงตัวคอยลดแรงปะทะ: สำหรับปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทในเช้าวันนี้เปิดตัวเคลื่อนไหวทรงตัวอยู่ในกรอบทางอ่อนค่าเฉลี่ยบริเวณ 33.20 – 33.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแม้ว่าทิศทางของค่าเงินบาทจะไม่ได้อ่อนค่าหนักช่วยดันทองรูปพรรณมากเหมือนสัปดาห์ก่อน แต่ยังคงทรงตัวแข็งแกร่งพอที่จะช่วยค้ำจุนโครงสร้างและทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทกชั้นดี ไม่ให้ราคาทองไทยในประเทศดิ่งหลุดกรอบความเสี่ยงลึกเกินไป
- คำแนะนำการลงทุนประจำวัน: สถาบันวิเคราะห์ราคาทองคำชั้นนำ (YLG) ประเมินทิศทางเชิงเทคนิคว่าภาพรวมราคาทองคำโลกยังอยู่ในแนวโน้มปรับฐานสั้น แนะนำนักลงทุนในกลุ่มเก็งกำไรระยะสั้นเล่นตามรอบการแกว่งตัว และหาจังหวะช้อนซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงเข้าใกล้กรอบแนวรับสำคัญหากราคาไม่หลุดระดับ 3,937 – 3,945 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนกลุ่มนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการทยอยสะสมทองคำแท่งเข้าพอร์ต (DCA) สามารถใช้จังหวะที่ราคาย่อตัวหลุดระดับ 63,000 บาทนี้ ทยอยตั้งรับซื้อคืนแบบแบ่งเป็นไม้ตามแนวรับหลักบาทละ 62,650 และ 62,550 บาท
**ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงเนื้อหา**