Contact Information

Somdej Phra Pinklao Hospital 11, Soi Somdej Phra Chao Taksin 22, Bukkhlo Subdistrict, Thonburi District, Bangkok 10600

We Are Available - Call Now.

นักดาราศาสตร์ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกับ ASASSN-24fw ดาวฤกษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ราว 2 เท่า ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไป 3,200 ปีแสงในกลุ่มดาวยูนิคอร์น หลังจากพบว่าดาวที่เคยมีความสว่างคงที่ดวงนี้ กลับหรี่แสงลงอย่างรุนแรงและยาวนานเป็นประวัติการณ์

แผนผังแสดงขนาดเปรียบเทียบของดาวแคระน้ำตาลกับโลก ดาวพฤหัสบดี ดาวฤกษ์มวลต่ำ และดวงอาทิตย์

 

สถิติการหรี่แสงที่ยาวนานที่สุด

เหตุการณ์นี้เริ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2567 เมื่อดาว ASASSN-24fw หรี่แสงลงต่อเนื่องยาวนานถึง 200 วัน และสูญเสียความสว่างไปมากถึง 97% ซึ่งถือเป็นการหรี่แสงของดาวฤกษ์ที่รุนแรงและยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์

งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เสนอทฤษฎีว่า สาเหตุของการมืดดับนี้เกิดจาก “วงแหวนฝุ่นขนาดยักษ์” ที่มีรัศมีกว้างถึง 26 ล้านกิโลเมตร (เทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของระยะห่างจากดวงอาทิตย์ไปถึงดาวพุธ) เคลื่อนที่เข้ามาบดบังแสงจากดาวดวงนี้ไว้

ภาพแสดงการหรี่แสงของดาวฤกษ์ที่เกิดจากวัตถุมีวงแหวนขนาดใหญ่บดบัง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ดาวอัสแซสซิน-24 เอฟดับเบิลยู (ASASSN-24fw) หรี่แสงไป

 

วัตถุปริศนาใต้เงาวงแหวน: ดาวเคราะห์ยักษ์ หรือ ดาวแคระน้ำตาล?

คำถามสำคัญคือวงแหวนขนาดมหึมานี้ล้อมรอบวัตถุชนิดใด จากการวิเคราะห์มวลและสเปกตรัมพบว่า วัตถุที่เป็นแกนกลางมีมวลมากกว่าดาวพฤหัสบดี 13-80 เท่า ซึ่งบ่งชี้ว่ามันน่าจะเป็น “ดาวแคระน้ำตาล” (Brown Dwarf) วัตถุกึ่งดาวฤกษ์ที่มีมวลไม่มากพอจะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันแบบปกติ แต่ส่องสว่างด้วยการหลอมดิวทีเรียมแทน

ภาพในจินตนาการของศิลปิน แสดงดาวอัสแซสซิน-24 เอฟดับเบิลยู (ASASSN-24fw) หลังจากการบังผ่านพ้นไป ดาวดวงนี้มีจานฝุ่นที่คาดว่าเกิดจากการชนกันเองของดาวเคราะห์ วัตถุที่มาบดบังที่มีวงแหวนขนาดยักษ์อยู่ทางล่างขวาของภาพ ดาวแคระแดงที่เป็นดาวสหายของดาว อัสแซสซิน-24 เอฟดับเบิลยู อยู่ทางล่างซ้ายย (จาก S. Shah et al./ Royal Astronomical Society (CC BY 4.0).)

 

ความผิดปกติซ้อนความผิดปกติ

นอกจากวัตถุที่มาบดบังจะมีวงแหวนแล้ว ข้อมูลยังเผยให้เห็นว่าตัวดาว ASASSN-24fw เองก็มีวงแหวนฝุ่นล้อมรอบอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เพราะโดยปกติวงแหวนฝุ่นที่เกิดจากการชนกันของดาวเคราะห์มักพบรอบดาวฤกษ์อายุน้อยเท่านั้น แต่ ASASSN-24fw มีอายุขัยนับพันล้านปีแล้ว การที่ยังมีวงแหวนหลงเหลืออยู่จึงเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ต้องเร่งหาคำตอบ

การเฝ้าระวังในอนาคต

หากทฤษฎีเรื่องวงแหวนบดบังเป็นจริง นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง (Double Transit) ในอีกประมาณ 42-43 ปีข้างหน้า

ในระหว่างนี้ ทีมวิจัยนานาชาติยังคงเดินหน้าสำรวจดาว ASASSN-24fw อย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็บข้อมูลด้านอุณหภูมิ องค์ประกอบทางเคมี และวิวัฒนาการ โดยมีความพยายามที่จะขอใช้กล้องโทรทรรศน์ประสิทธิภาพสูงอย่าง VLT (Very Large Telescope) ในชิลี และกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ (JWST) เพื่อเจาะลึกความลับของระบบดาวสุดพิศวงนี้ต่อไป

 

credit: https://thaiastro.nectec.or.th

Spread the love

administrator