รายงานความเคลื่อนไหวราคาทองคำในประเทศประจำวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ (Gold Traders Association) ล่าสุด ณ เวลา 14:00 น. ตลาดทองคำในประเทศยังคงรักษาระดับการซื้อขายได้อย่างแข็งแกร่งและทรงตัวต่อเนื่องจากช่วงเช้า โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นรวม 350 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวันก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ระดับ 68,900 บาทต่อบาททองคำ และทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ระดับ 69,700 บาทต่อบาททองคำ
สรุปราคาทองคำ
- ทองคำแท่ง (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- รับซื้อ: 68,700.00 บาท / บาททองคำ
- ขายออก: 68,900.00 บาท / บาททองคำ
- ทองรูปพรรณ (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- ฐานภาษี (รับซื้อคืน): 67,325.56 บาท / บาททองคำ
- ขายออก: 69,700.00 บาท / บาททองคำ (ราคากลาง ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ)
สรุปราคาแยกตามน้ำหนัก
| น้ำหนักทอง | ทองคำแท่ง (ขายออก) | ทองรูปพรรณ (ขายออก*) |
| 1 บาท | 68,900.00 บาท | 69,700.00 บาท |
| 2 สลึง | 34,450.00 บาท | 34,850.00 บาท |
| 1 สลึง | 17,225.00 บาท | 17,425.00 บาท |
| ครึ่งสลึง | 8,612.50 บาท | 8,712.50 บาท |
*ราคาขายออกทองรูปพรรณนี้ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ (ค่ากำเหน็จเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับร้านและลวดลาย)
ปัจจัยขับเคลื่อนและสถานการณ์ตลาดทองคำ
- ภาพรวมความเคลื่อนไหวรอบบ่าย (Afternoon Market Overview)
- รักษาระดับการบวกต่อเนื่อง: สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นรวม 350 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวันก่อนหน้า (7 ก.ย. 2569) โดยราคารอบบ่ายทรงตัวและรักษาระดับการซื้อขายบวกได้ดีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตลาดช่วงเช้า
- ราคาทองคำแท่งขายออก: ยืนอยู่ที่ระดับ 68,900 บาท (รับซื้อ 68,700 บาท)
- ราคาทองรูปพรรณขายออก: อยู่ที่ระดับ 69,700 บาท (ฐานภาษีรับซื้อคืน 67,325.56 บาท)
- ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคา (Key Market Drivers)
- แรงหนุนจาก Gold Spot ตลาดต่างประเทศ: ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) รอบบ่ายนี้ฟื้นตัวรีบาวด์ขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ $4,400 ต่อออนซ์ หลังจากย่อตัวลงแรงในช่วงต้นสัปดาห์ ช่วยหนุนราคาเสนอซื้อขายทองคำในเมืองไทยให้เป็นบวก
- ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวทรงตัว: อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐในรอบบ่ายเคลื่อนไหวในกรอบทรงตัว ไม่ได้แข็งค่าเร็วจนกดดันราคาทองในประเทศ เปิดโอกาสให้ราคาขยับขึ้นตามทิศทางทองคำต่างประเทศได้อย่างเต็มที่
- รอคอยปัจจัยมหภาค: ตลาดรอบบ่ายเข้าสู่ภาวะซื้อขายแบบระมัดระวัง เพื่อรอติดตามการรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในช่วงกลางสัปดาห์ ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
**ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงเนื้อหา**