ตลาดทองคำในประเทศวันนี้เผชิญมรสุม “ตื่นตระหนกทุบราคาร่วงดิ่งเหวรุนแรงเป็นประวัติการณ์” โดยเปิดตลาดภาคเช้าก็ทรุดตัวลงทันที 1,250 บาท และตลาดยังคงมีความผันผวนอย่างหนักต่อเนื่องตลอดช่วงเช้า มีการปรับเปลี่ยนราคาแบบนาทีต่อนาทีไปแล้วกว่า 15 ครั้ง สำหรับข้อมูลราคาสุดท้ายก่อนเข้าสู่วงรอบเวลา 14:00 น. คือ การประกาศครั้งที่ 15 เมื่อเวลา 12:31 น. ซึ่งราคาทองคำแท่งหลุดจากระดับ 65,000 บาท ไหลลึกลงมาตั้งฐานใหม่ และภาพรวมปรับลดลงแรงสุทธิถึง 1,750 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดวานนี้
สรุปราคาทองคำ (เวลา 14:00 น.)
- ทองคำแท่ง (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- รับซื้อ: 64,350.00 บาท ต่อบาททองคำ
- ขายออก: 64,550.00 บาท ต่อบาททองคำ
- ทองรูปพรรณ (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- ฐานภาษี (รับซื้อ): 63,065.60 บาท ต่อบาททองคำ
- ขายออก: 65,350.00 บาท ต่อบาททองคำ (ภาพรวมราคาปรับตัวลดลงจากวานนี้สุทธิ -1,750 บาท จากการเปลี่ยนป้ายราคารวม 15 ครั้งในช่วงครึ่งวัน)
สรุปราคาแยกตามน้ำหนัก (ณ เวลา 14:00 น.):
| น้ำหนักทอง | ทองคำแท่ง (ขายออก) | ทองรูปพรรณ (ขายออก*) |
| 1 บาท | 64,550.00 บาท | 65,350.00 บาท |
| 2 สลึง | 32,275.00 บาท | 32,675.00 บาท |
| 1 สลึง | 16,138.00 บาท | 16,338.00 บาท |
| ครึ่งสลึง | 8,069.00 บาท | 8,169.00 บาท |
*ราคาขายออกทองรูปพรรณนี้ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ (ค่ากำเหน็จเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับร้านและลวดลาย)
ปัจจัยสำคัญที่ฉุดราคาทองคำร่วงแรง
- ผลประชุมเฟดส่งสัญญาณ “สายเหยี่ยว” (Hawkish) เกินคาด: ตลาดทองคำโลก (Gold Spot) ได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงจนราคาดิ่งเหวร่วงลงมากกว่า 130 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลุดระดับแนวรับสำคัญ 4,200 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว (ลงมาเคลื่อนไหวในกรอบต่ำสุดบริเวณ 4,134 – 4,145 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หลังจากผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อคืนนี้ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% ตามคาด แต่ทว่าเจ้าหน้าที่เฟดถึง 9 จาก 18 คน กลับส่งสัญญาณสนับสนุนว่า “อาจมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ”
- ดอลลาร์แข็งค่า-บอนด์ยีลด์พุ่งแรง: ถ้อยแถลงของเฟดส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Bond Yield) พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.4% ทันที พร้อมหนุนดัชนีเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้นักลงทุนพากันเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยออกมากดดันตลาดอย่างรุนแรง
- เงินบาทอ่อนค่าสกัดขาลงไว้ได้บางส่วน: ในฝั่งอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศ ค่าเงินบาทขยับอ่อนค่าพุ่งขึ้นไปเคลื่อนไหวบริเวณ 32.90 – 32.91 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการอ่อนค่าของเงินบาทนี้ช่วยทำหน้าที่พยุงฐานราคาทองคำไทยไว้ไม่ให้ดิ่งลึกหลุดระดับ 64,000 บาทตามราคาทองโลก
- มุมมองและกลยุทธ์การลงทุน (ฮั่วเซ่งเฮง / บิสิเนสทูเดย์): ในเชิงเทคนิคภาพรวมราคาทองคำเสียทรงขาขึ้นชัดเจนเนื่องจากปรับฐานลงรุนแรงและเกิดสภาวะเทขายมากเกินไป (Oversold) ในกราฟระยะสั้น โดยประเมินแนวรับสำคัญถัดไปของทองโลกไว้ที่ 4,130 ดอลลาร์ หากหลุดจากนี้ราคาอาจไหลต่อเนื่องไปหาฐาน 4,100 ดอลลาร์ แนะนำนักลงทุนระยะสั้นชะลอการลงทุนเพื่อรอดูการตั้งฐานที่มั่นคง ส่วนผู้เล่นระยะยาวแนะนำรอจังหวะสะสมใหม่เมื่อราคาเริ่มนิ่งตามแนวรับสำคัญ และกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) อย่างเคร่งครัด
**ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงเนื้อหา**