
ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้าน AI และ Data Center ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า ในช่วง ครึ่งแรกของปี 2569 (มกราคม–มิถุนายน) ประเทศไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1.47 ล้านล้านบาท (ประมาณ 43.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากโครงการด้าน Data Center, Cloud Services และโครงสร้างพื้นฐาน AI
ไฮไลต์สำคัญ
- มูลค่าการลงทุนรวม: 1.47 ล้านล้านบาท จาก 1,299 โครงการ เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- กลุ่มดิจิทัล ครองสัดส่วนสูงสุด คิดเป็นมูลค่าราว 1.12 ล้านล้านบาท ครอบคลุม Data Center, Cloud Infrastructure และ AI Platform
- FDI (การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ) เพิ่มขึ้น 80% สู่ประมาณ 1.37 ล้านล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
นักลงทุนรายใหญ่
ประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนสูง ได้แก่
- สิงคโปร์ (อันดับ 1)
- สหราชอาณาจักร
- จีน
- ไต้หวัน
- ญี่ปุ่น
การลงทุนส่วนใหญ่เน้นโครงการ Hyperscale Data Center, ระบบ Cloud, AI Infrastructure, อุปกรณ์เครือข่าย และระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่
ทำไมประเทศไทยจึงได้รับความสนใจ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายการลงทุน ได้แก่
- ทำเลศูนย์กลางอาเซียน เชื่อมโยงตลาดภูมิภาคได้สะดวก
- นโยบายสนับสนุนของ BOI ทั้งด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุน
- ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า โทรคมนาคม และเครือข่ายไฟเบอร์
- ความต้องการใช้บริการ AI และ Cloud ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
การลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะช่วย
- สร้างงานด้าน AI, Cloud และ Data Center เพิ่มขึ้น
- ดึงดูดผู้ให้บริการ Cloud และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาตั้งฐานในไทย
- ยกระดับประเทศไทยสู่ Regional AI & Digital Infrastructure Hub ของอาเซียน
- ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลและบริการที่ใช้ AI ในระยะยาว
ตัวเลขการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลกในฐานะศูนย์กลาง AI และ Data Center แห่งใหม่ของภูมิภาค โดยเม็ดเงินจำนวนมากกำลังหลั่งไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในอนาคต
Via: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
**ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงเนื้อหา**