นับเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญเมื่อศึกแย่งชิงความเหนือชั้นในระบบยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Driving) ไม่ได้เฉือนชนะกันแค่เรื่องความแม่นยำของโมเดล AI อีกต่อไป แต่ได้ดิ่งลึกลงไปถึง “ระดับการออกแบบฮาร์ดแวร์ซิลิคอน” (Custom Silicon) ล่าสุด Waymo (บริษัทพัฒนารถยนต์ไร้คนขับในเครือ Alphabet) ได้เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิประดับประมวลผลเฉพาะทาง (ASIC) ขนาด 5 นาโนเมตร ที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรงหลังรถยนต์ไร้คนขับยุคที่ 6 (6th-Gen Waymo Driver) พร้อมส่งสัญญาณเดินหน้าขยายบริการ Robotaxi เข้าสู่ทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการ
เบื้องหลังการยกระดับเทคโนโลยีครั้งนี้ มีประเด็นวิศวกรรมเฉพาะทางและยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมที่น่าสนใจดังนี้
1. ปฏิวัติระบบประสาทรับสัมผัส: พลังประมวลผลเซนเซอร์ทะลุ 1,000 TOPS
ก่อนหน้านี้ ระบบประมวลผลของรถยนต์ไร้คนขับมักพึ่งพาการ์ดจออุตสาหกรรม (GPU) ออฟฟิศทั่วไปมาต่อขนานกัน ซึ่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูงและสร้างความร้อนมหาศาล แต่ชิป ASIC ขนาด 5nm ตัวใหม่ที่ Waymo ออกแบบขึ้นเองนี้ ทำหน้าที่เป็น “หน่วยประมวลผลด่านหน้า” (Sensor Front-End & ML Processing)
- หลอมรวมสัญญาณดิบ (Raw Data Fusion): ชิปตัวนี้สกัดและประมวลผลสัญญาณไฟฟ้าระดับดิบจากกล้องถ่ายภาพ, ลีดาร์ (LiDAR) และเรดาร์ (Radar) รวมหลายสิบตัวเข้าด้วยกันในเสี้ยว millisecond
- ความเร็วระดับ Data Center: สมองกลเฉพาะทางนี้สามารถเค้นประสิทธิภาพการคำนวณปัญญาประดิษฐ์ได้สูงกว่า 1,000 TOPS (Trillion Operations Per Second) ซึ่งเทียบเท่ากับชิปเรือธงระดับยานยนต์อย่าง Nvidia DRIVE Thor แต่ใช้พลังงานต่ำกว่าและปรับแต่งมาเพื่อซอฟต์แวร์ของ Waymo โดยเฉพาะ
2. สถาปัตยกรรม “เครื่องยนต์คู่ขนาน” (Two-Engine Redundancy)
ต่างจากการประมวลผลคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่หากเกิด Error หน้าจอจะค้างหรือดับไป รถยนต์ไร้คนขับระดับ Level 4 ไม่มีมนุษย์คอยจับพวงมาลัยเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน Waymo จึงออกแบบบอร์ดคอมพิวเตอร์ให้มีลักษณะเหมือน “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนอิสระสองชุด” (Dual Independent Engines) ทำงานคู่ขนานกันตลอดเวลา
หากคอมพิวเตอร์หรือชิปประมวลผลชุดแรกเกิดความเสียหายเนื่องจากแรงสั่นสะเทือน ความร้อนสูง หรือระบบล้มเหลว ระบบชุดที่สองจะกลืนการทำงานทั้งหมดไปประมวลผลต่อทันทีอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Fail-Safe) เพื่อนำรถเข้าจอดข้างทางได้อย่างปลอดภัย
3. ยุทธศาสตร์ขยายฟลีตสู่ยุโรปและการข้ามพรมแดนกฎหมาย
ผลพลอยได้จากการออกแบบชิป ASIC ของตัวเอง คือการลดต้นทุนการผลิตฮาร์ดแวร์ลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ Waymo สามารถทำอัตรากำไรต่อเที่ยวได้ดีขึ้นจากเที่ยวบริการที่มีมากกว่า 500,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ในสหรัฐฯ (Phoenix, San Francisco, Los Angeles)
ความพร้อมด้านฮาร์ดแวร์ขนาดกะทัดรัดนี้ช่วยหนุนการเปิดตัวบริการ Robotaxi ข้ามฟากสู่อุตสาหกรรมยุโรปอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเริ่มต้นให้บริการใน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งการบุกตลาดยุโรปต้องรับมือกับสภาพอากาศที่ผันผวน เส้นทางแคบ และกฎหมายความปลอดภัยข้อมูลและการเดินรถที่เข้มงวดที่สุดในโลก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Sources)
- Driving Vision News (DVN): Waymo brings the AI stack down to custom silicon
— เจาะลึกการวิเคราะห์ชิป ASIC 5nm ประสิทธิภาพ 1,000 TOPS ตารางเปรียบเทียบกับ Nvidia DRIVE Thor และสถาปัตยกรรมประมวลผลเซนเซอร์ด่านหน้า - TechRepublic: Alphabet’s Waymo Unves Custom Silicon to Power Its Next-Gen Robotaxis
— ข่าวเปิดตัวสถาปัตยกรรม Dual-engine redundancy คอมพิวเตอร์ระดับ Data Center ในกระโปรงหลังรถ และรายละเอียดตัวเลขการให้บริการ 500,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ - Just Auto: Waymo develops custom chip for latest robotaxi generation
— รายงานรายละเอียดวิศวกรรมของชิป 5nm ในการแปลงสัญญาณกล้อง LiDAR และ Radar สำหรับระบบประสาทอัตโนมัติ - Waymo Official Technology Blog: A look under our trunk: what’s in our compute — บทความทางเทคนิคฉบับเต็มโดยวิศวกรของ Waymo อธิบายโครงสร้างฮาร์ดแวร์ ความทนทานต่อแรงสั่นสะเทือน และระบบกระจายภาระประมวลผล
- The Star / DPA: Waymo announces European expansion with robotaxis in Munich
— รายงานแผนการขยายบริการแท็กซี่ไร้คนขับเข้าสู่ทวีปยุโรป ข้อมูลสถิติการขับขี่สะสม 350 ล้านกิโลเมตร