ตลาดทองคำในประเทศเช้าวันพุธเปิดฉากด้วยบรรยากาศที่ฟื้นตัวกลับมาสดใสอีกครั้ง หลังจากที่เผชิญแรงเทขายดิ่งลงอย่างหนักในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09:03 น. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 200 บาท ทันทีเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดของวันอังคาร ส่งผลให้สัญญาทองคำแท่งขายออกกลับมายืนเหนือระดับ 64,000 บาทได้อีกครั้ง โดยปักหลักอยู่ที่ 64,050 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณขายออกขยับขึ้นมาอยู่ที่ 64,850 บาท รับอานิสงส์เชิงบวกจากทิศทางตลาดโลก
ข้อมูลราคาทองคำล่าสุด (ประกาศครั้งที่ 1 – เวลา 09:03 น.)
- ทองคำแท่ง (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- รับซื้อ: 63,850.00 บาท ต่อบาททองคำ
- ขายออก: 64,050.00 บาท ต่อบาททองคำ
- ทองรูปพรรณ (ความบริสุทธิ์ 96.5%)
- ฐานภาษี (รับซื้อ): 62,580.48 บาท ต่อบาททองคำ
- ขายออก: 64,850.00 บาท ต่อบาททองคำ (บางพื้นที่บวกค่ากำเหน็จหน้าร้าน) (เปิดตลาดเช้าวันพุธ ราคาปรับเพิ่มขึ้นสุทธิ +200 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดงวดภาคเย็นของเมื่อวานนี้)
สรุปราคาแยกตามน้ำหนัก (ประกาศครั้งที่ 1 – เวลา 09:03 น.):
| น้ำหนักทอง | ทองคำแท่ง (ขายออก) | ทองรูปพรรณ (ขายออก*) |
| 1 บาท | 64,050.00 บาท | 64,850.00 บาท |
| 2 สลึง | 32,025.00 บาท | 32,425.00 บาท |
| 1 สลึง | 16,012.50 บาท | 16,212.50 บาท |
| ครึ่งสลึง | 8,006.50 บาท | 8,106.50 บาท |
*ราคาขายออกทองรูปพรรณนี้ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ (ค่ากำเหน็จเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับร้านและลวดลาย)
ปัจจัยและแนวโน้มสถานการณ์ตลาดช่วงเปิดสนาม
- ทองโลกเด้งรับเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด: ราคาทองคำสปอต (Gold Spot) ดีดตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 4,038 – 4,046 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาเมื่อคืนนี้ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลและเริ่มลดน้ำหนักการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงและเป็นแรงบวกโดยตรงต่อสัญญาทองคำ
- คำแนะนำและกลยุทธ์การลงทุน: นักวิเคราะห์ประเมินว่าการรีบาวด์ขึ้นในเช้าวันนี้เป็นผลตอบรับจากข่าวเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง ทำให้ทองคำมีโอกาสกลับมาแกว่งตัวในกรอบฟื้นตัวระยะสั้น สำหรับนักลงทุนที่เล่นรอบ (Swing Trade) อาจพิจารณาหาจังหวะเข้าทำกำไรหากราคายืนเหนือ 64,000 บาทได้อย่างแข็งแกร่งตลอดช่วงเช้า แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังความผันผวนของค่าเงินบาทที่อาจเข้ามากดดันราคาในประเทศได้เช่นกัน
**ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงเนื้อหา**