งานปิดโครงการ MA-RE-DESIGN รวมตัวแทนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ร่วมบันทึกความสำเร็จจากการทำงานตลอดหลายปี ในการขับเคลื่อนแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อการจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติก และการป้องกันขยะทะเลในประเทศไทย
กรุงเทพฯ, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569 – ตัวแทนกว่า 150 ท่านจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์การระหว่างประเทศ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ได้มารวมตัวกัน ณ โรงแรม พูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ เพื่อร่วมงานปิดโครงการ การลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (MA-RE-DESIGN) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและประเทศไทย ในการป้องกันขยะทะเลผ่านการจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างยั่งยืน การออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-design) หลักการความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) การดำเนินโครงการนำร่องจังหวัดตรังและเกาะเต่า และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับภูมิภาค
งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Creating the Plastic Future: Scaling Circular Economy with Collaborative Action” (สร้างอนาคตพลาสติกที่ยั่งยืน: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยพลังความร่วมมือ) ซึ่งเป็นทั้งการเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ได้สร้างขึ้น และเป็นเวทีสำหรับพันธมิตรที่จะร่วมกันสานต่อภารกิจนี้ต่อไป
โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายหลักเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย:
ประเทศไทยสร้างขยะมูลฝอยชุมชนมากกว่า 25 ล้านตันในแต่ละปี โดยประมาณร้อยละ 12 เป็นขยะพลาสติก (กรมควบคุมมลพิษ, 2563) ซึ่งส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของพลาสติกลงสู่มหาสมุทร ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสองประการ คือ การจัดการกับกระแสขยะที่มีอยู่เดิม ควบคู่ไปกับการสร้างระบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลตั้งแต่ต้นทาง ในระดับโลก UNEP ประเมินว่ามีพลาสติกไหลลงสู่มหาสมุทรถึง 11 ล้านตันต่อปี และตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าภายในปี พ.ศ. 2583 หากไม่มีการดำเนินการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ
พิธีปิดโครงการ MA-RE-DESIGN
โครงการ MA-RE-DESIGN เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2566 ดำเนินงานโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ), องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) และองค์กรประสานงานทางทะเลแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออก (COBSEA) แห่งองค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะหน่วยงานคู่ร่วมมือหลัก และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ในฐานะพันธมิตรหลัก
โครงการได้ดำเนินงานใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับภูมิภาค เพื่อสร้างตัวอย่างที่นำไปปฏิบัติได้จริงและสามารถขยายผลได้สำหรับการจัดการพลาสติกตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน โครงการนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (BMUKN) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์พลาสติก ตั้งแต่การออกแบบ การเก็บรวบรวม การคัดแยก ไปจนถึงการรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
งานปิดโครงการในครั้งนี้ ดำเนินรายการโดย อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ทูตสันถวไมตรีโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และ ดร. ปัญจพร เวชยันต์วิวัฒน์ จาก GIZ ประจำประเทศไทย ซึ่งมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกภาคส่วนที่โครงการได้บ่มเพาะมาตลอดระยะเวลาหลายปี
ในส่วนของพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก คุณเอ็บบา ชอลล์ รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต จากสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย และ คุณจิระพงษ์ คูหากาญจน์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวปาฐกถาพิเศษโดย คุณสุมนา ขจรวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และ คุณทวีชัย เจียรนัยขจร ผู้อำนวยการส่วนลดและใช้ประโยชน์ของเสีย กรมควบคุมมลพิษ
สำหรับการนำเสนอสรุปผลการดำเนินงานโครงการ เป็นการนำเสนอร่วมกันโดยทีมผู้บริหารโครงการ ได้แก่ คุณอัลวาโร่ ซูริต้า ผู้อำนวยการโครงการ MA-RE-DESIGN จาก GIZ, คุณเอกนฤน อริยวงศ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนงานอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผู้จัดการโครงการ MA-RE-DESIGN จาก WWF ประเทศไทย และ คุณมาเฮช ปราธาน เจ้าหน้าที่ประสานงาน องค์กรประสานงานทางทะเลแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออก (COBSEA) ภายใต้องค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)
การเสวนาสั้น Flash Talk “ต่อยอดความสำเร็จ สู่อนาคต (From Now to Beyond)”
ภายใต้แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายในงานยังมีการเสวนาสั้น (Flash Talks) โดยผู้ได้รับประโยชน์และผู้เชี่ยวชาญจากโครงการในหัวข้อต่างๆ ดังนี้:
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์: จากแนวคิดสู่ระบบหมุนเวียน
ระดับประเทศ: GIZ ได้สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบที่ยั่งยืน (Eco-design) ให้แก่ภาคเอกชน โดยทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการ SME, สตาร์ทอัพ และสถาบันการศึกษา ในการนำหลักการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycling: D4R) และการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) มาใช้ในนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ผลลัพธ์ที่สำคัญ ได้แก่ คู่มือ D4R ฉบับปรับปรุงใหม่, ข้อเสนอแนะทางกฎหมายเพื่อรองรับร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนของประเทศไทยที่กำลังจะเกิดขึ้น, การสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ระดับนานาชาติร่วมกับเยอรมนีและไต้หวัน รวมถึงกลยุทธ์ของบริษัท 3 แห่งในการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ รางวัลนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ประจำปี (Packaging Innovation Award) ยังช่วยกระตุ้นให้นักนวัตกรรมรุ่นใหม่และกลุ่ม SME เล็งเห็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของการออกแบบที่ยั่งยืน
ในส่วนของ EPR โครงการได้ให้ข้อมูลทางเทคนิคที่สำคัญเพื่อสนับสนุนความพร้อมของประเทศไทย เช่น คู่มือการคำนวณค่าธรรมเนียม EPR, ข้อเสนอการจัดตั้งองค์กรความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Producer Responsibility Organisation: PRO) ที่สอดคล้องกับบริบทของไทย และข้อเสนอแนะทางกฎหมายที่สอดรับกับมาตรฐานสากล ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของกรมควบคุมมลพิษโดยตรงในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนโยบายสำหรับกรอบการดำเนินงาน EPR ภาคบังคับ
ระดับชุมชนท้องถิ่น (พื้นที่นำร่อง): ในพื้นที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นสองเทศบาลชายฝั่งใกล้จุดยุทธศาสตร์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล WWF ประเทศไทย ได้ทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ธุรกิจท่องเที่ยว และหน่วยงานเทศบาล ภายใต้โครงการ Plastic Smart Cities เพื่อสร้างแบบจำลองการจัดการขยะหมุนเวียน เช่น การจัดตั้งระบบมัดจำคืนเงิน (Deposit Return System) การขยายจุดเติมน้ำเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง การสร้างระบบขนส่งย้อนกลับสำหรับขยะรีไซเคิลมูลค่าต่ำ และการจัดตั้งธนาคารขยะชุมชน ปัจจุบัน “วิสาหกิจชุมชนแปลงขยะเป็นทรัพย์เกาะเต่า” (หรือวิสาหกิจชุมชน ขยะมีค่าเกาะเต่า) ซึ่งเป็นกิจการเพื่อสังคมในท้องถิ่นที่ก่อกำเนิดมาจากโครงการนี้ ได้กลายเป็นผู้นำในการดำเนินงานจัดการขยะบนเกาะและเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนอย่างแท้จริง
ระดับภูมิภาค: UNEP-COBSEA ได้อำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านเวที SEA of Solutions Forums ครั้งที่ 5 และ 6 โดยเชื่อมโยงประสบการณ์ของประเทศไทยเข้ากับประเทศภาคีในภูมิภาคทะเลเอเชียตะวันออกอีก 8 ประเทศ แนวทางการปฏิบัติที่ดี (Good practices) ทั้งในด้านการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ ธนาคารขยะ ระบบเติมน้ำ และการติดตามตรวจสอบขยะทะเล ได้ถูกส่งต่อเพื่อนำไปปรับใช้ซ้ำทั่วทั้งภูมิภาค นอกจากนี้ แพลตฟอร์มเว็บใหม่ ซึ่งก็คือ ศูนย์ประสานงานระดับภูมิภาคทะเลเอเชียตะวันออก ภายใต้ความร่วมมือระดับโลกด้านมลพิษพลาสติกและขยะทะเล (GPML East Asian Seas Regional Node) จะช่วยสนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องแม้โครงการจะสิ้นสุดลงแล้ว
งานปิดโครงการครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของการบริหารจัดการพลาสติกในระดับโลก เนื่องจากประเทศต่างๆ กำลังร่วมกันสร้างกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อยุติมลพิษจากพลาสติก ผ่านกระบวนการของคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาล (INC) ในขณะที่สหภาพยุโรปกำลังขับเคลื่อนกฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ (PPWR) รวมถึงกฎระเบียบการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อลดภาระสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร (ESPR) ซึ่งเป็นกรอบการทำงานที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ส่งออกและผู้ผลิตชาวไทย
โครงการ MA-RE-DESIGN โครงการการลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (MA-RE-DESIGN) มีเป้าหมายในการพัฒนามาตรการและเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันการรั่วไหลของขยะพลาสติกลงสู่ทะเลของประเทศไทย โครงการฯ ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (BMUKN) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ดำเนินงานโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) และองค์กรประสานความร่วมมือทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP-COBSEA) ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษในฐานะพันธมิตรโครงการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน
“ทราย สก็อต” ส่งต่อ Passion รักทะเลผ่าน CATHY DOLL การันตีมาตรฐานสากลเปิดตัวกันแดด Mineral 100%เป็นมิตรต่อปะการัง ตอบโจทย์คนรักผิวและสายลุยกลางแจ้ง CATHY DOLL แบรนด์บิวตี้ชั้นนำระดับประเทศ สร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งการดูแลผิวและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม…
นับเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญเมื่อศึกแย่งชิงความเหนือชั้นในระบบยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Driving) ไม่ได้เฉือนชนะกันแค่เรื่องความแม่นยำของโมเดล AI อีกต่อไป แต่ได้ดิ่งลึกลงไปถึง "ระดับการออกแบบฮาร์ดแวร์ซิลิคอน" (Custom Silicon) ล่าสุด Waymo (บริษัทพัฒนารถยนต์ไร้คนขับในเครือ Alphabet) ได้เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิประดับประมวลผลเฉพาะทาง…
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาพจำของปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือสติปัญญาที่สิงสถิตอยู่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์ คอยเขียนโค้ด แปลภาษา หรือแต่งภาพ แต่ก้าวสำคัญล่าสุดในวงการเทคโนโลยีระบุว่า "ขอบเขตการทำงานของ AI บนโลกดิจิทัลได้ถูกทำลายลงแล้ว" เมื่อค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Anthropic ได้เปิดตัวมาตรฐานใหม่ที่มีชื่อว่า "Model…
ตลาดทองคำในประเทศช่วงเช้าวันนี้เปิดตลาดปรับตัวบวกขึ้นจากราคาปิดวันก่อนหน้า โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09:04 น. ปรับขึ้นทันที 250 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกขยับขึ้นมาเคลื่อนไหวทรงตัวประคองฐานอยู่ที่ระดับ 67,800 บาท ท่ามกลางการฟื้นตัวของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot)…
ตลาดทองคำในประเทศช่วงเช้าวันนี้เปิดตลาดปรับตัวบวกขึ้นอย่างโดดเด่นจากราคาปิดวันก่อนหน้า โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09:06 น. ปรับขึ้นทันที 400 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกพุ่งกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวทรงตัวประคองฐานอยู่ที่ระดับ 67,900 บาท ท่ามกลางการรีบาวด์ฟื้นตัวของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot)…
ตลาดทองคำในประเทศช่วงครึ่งวันเช้าจนถึงช่วงบ่ายวันนี้ยังคงมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยสมาคมค้าทองคำได้รายงานการปรับป้ายเปลี่ยนราคาถึบถึง 19 ครั้ง ก่อนที่จะเข้าสู่เวลา 14:00 น. สำหรับภาพรวมสถานการณ์ล่าสุดคือ การประกาศครั้งที่ 19 เมื่อเวลา 13:58 น. ซึ่งราคาเริ่มกระเตื้องรีบาวด์กลับขึ้นมาประคองฐานทรงตัวอยู่ที่ระดับ 68,050…