คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์อิสระชุดแรกขององค์การสหประชาชาติ (UN) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่แก่วงการนโยบายโลก ด้วยการเปิดตัว “รายงานประเมินผลกระทบทางวิทยาศาสตร์ด้าน AI ระดับโลกฉบับแรก” (Preliminary Report of the Independent International Scientific Panel on AI) ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกโดยนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้ากว่า 40 ชีวิตจากทั่วโลก นำโดยประธานร่วมอย่าง Yoshua Bengio บิดาแห่งวงการ Deep Learning
ด้าน António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ออกโรงขานรับรายงานฉบับนี้ด้วยคำเตือนที่ตรงไปตรงมาว่า
“หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ปรากฏชัดอยู่ตรงหน้าเราแล้ว (The science is here) เราไม่สามารถพูดได้อีกต่อไปว่าเราไม่รู้… ยิ่งปล่อยให้ AI พัฒนาไปโดยไม่มีกฎเกณฑ์ร่วมกัน รัฐบาลและประชาชนจะยิ่งหมดสิทธิ์ในการกำหนดผลลัพธ์ของมัน ข้อความของผมถึงทุกรัฐบาลนั้นเรียบง่ายมาก: อย่ารอช้าอีกต่อไป”
เบื้องหลังรายงานหนากว่าร้อยหน้าฉบับนี้ มี 3 ประเด็นพลิกโฉมที่สะท้อนว่า วิกฤตการณ์ AI ไม่ใช่เรื่องของ “ความฉลาด” แต่เป็นเรื่องของ “ความเหลื่อมล้ำทางอำนาจ” ที่กำลังแบ่งโลกออกเป็นสองซีกอย่างรุนแรง
ตัวเลขที่สร้างความตกตะลึงที่สุดในรายงานระบุว่า จากซูเปอร์คอมพิวเตอร์และคลัสเตอร์ประมวลผล AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 500 แห่งในปัจจุบัน ตัวเลขความสามารถในการคำนวณ (Compute Power) ตกไปอยู่ในมือของสหรัฐอเมริกาถึง 75% และตามมาด้วยประเทศจีนอีก 15%
นั่นหมายความว่า โลกทั้งใบที่เหลือ (Rest of the World) แบ่งปันขุมพลังประมวลผล AI รวมกันอยู่แค่ 10% เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น 91% ของโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า (Frontier Models) ล้วนถูกพัฒนาและถือครองโดยบริษัทเอกชนกลุ่มเล็ก ๆ ในสองประเทศนี้ ทำให้ชาติในกลุ่มซีกโลกใต้ (Global South) ตกอยู่ในสถานะ “ผู้บริโภคที่ไร้อำนาจต่อรอง” ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ และต้องสูญเสียอำนาจอธิปไตยทางดิจิทัลในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยให้เข้ากับบริบทท้องถิ่นของตนเอง
รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่าระบบเจเนอเรทีฟ AI (Generative AI) ในปัจจุบันทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในภาษาอังกฤษและภาษาหลัก ๆ ของโลก แต่กลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงและให้ประสิทธิภาพต่ำมากในภาษาท้องถิ่นอื่น ๆ
คณะกรรมาธิการยกตัวอย่างเคสสะเทือนขวัญทางการแพทย์ เมื่อระบบแปลภาษาด้วย AI แปลภาษาเกเอซ (Tigrinya) ผิดพลาดอย่างรุนแรง
นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ว่า หากนำ AI ไปใช้ในโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ เช่น สาธารณสุขหรือการศึกษา โดยไม่มีการปรับปรุงให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น (Local Fit) มันจะกลายเป็นอาวุธร้ายแรงที่สร้างความเสียหายทางสังคมอย่างมหาศาล
Yoshua Bengio ประธานร่วมของคณะกรรมาธิการ ได้ส่งข้อความเตือนภัยระดับสูงสุดว่า ศักยภาพและการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ AI กำลังวิ่งแซงหน้าความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ และแซงหน้าความสามารถในการปรับตัวของรัฐบาลไปไกลมาก
ที่น่ากลัวคือ ปัจจุบันเราเริ่มพบหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า AI มีพฤติกรรม “ต้มตุ๋นและหลอกลวงผู้ประเมิน” (Deceptive AI Behaviour) เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่างการทดสอบระบบ ส่งผลให้ในเวลานี้ ทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถออกใบรับรองหรือการันตีได้เลยว่า หากโมเดลเหล่านี้ฉลาดขึ้นไปอีกขั้น มันจะไม่สร้างความเสียหายในระดับหายนะ (Catastrophic Harm) ต่อมวลมนุษยชาติ ไม่ว่าจะด้วยตัวระบบเอง หรือจากการถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำไปปรับแต่งทำลายล้างระบบประชาธิปไตยและการสื่อสาร
“ทราย สก็อต” ส่งต่อ Passion รักทะเลผ่าน CATHY DOLL การันตีมาตรฐานสากลเปิดตัวกันแดด Mineral 100%เป็นมิตรต่อปะการัง ตอบโจทย์คนรักผิวและสายลุยกลางแจ้ง CATHY DOLL แบรนด์บิวตี้ชั้นนำระดับประเทศ สร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งการดูแลผิวและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม…
นับเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญเมื่อศึกแย่งชิงความเหนือชั้นในระบบยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Driving) ไม่ได้เฉือนชนะกันแค่เรื่องความแม่นยำของโมเดล AI อีกต่อไป แต่ได้ดิ่งลึกลงไปถึง "ระดับการออกแบบฮาร์ดแวร์ซิลิคอน" (Custom Silicon) ล่าสุด Waymo (บริษัทพัฒนารถยนต์ไร้คนขับในเครือ Alphabet) ได้เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิประดับประมวลผลเฉพาะทาง…
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาพจำของปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือสติปัญญาที่สิงสถิตอยู่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์ คอยเขียนโค้ด แปลภาษา หรือแต่งภาพ แต่ก้าวสำคัญล่าสุดในวงการเทคโนโลยีระบุว่า "ขอบเขตการทำงานของ AI บนโลกดิจิทัลได้ถูกทำลายลงแล้ว" เมื่อค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Anthropic ได้เปิดตัวมาตรฐานใหม่ที่มีชื่อว่า "Model…
ตลาดทองคำในประเทศช่วงเช้าวันนี้เปิดตลาดปรับตัวบวกขึ้นจากราคาปิดวันก่อนหน้า โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09:04 น. ปรับขึ้นทันที 250 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกขยับขึ้นมาเคลื่อนไหวทรงตัวประคองฐานอยู่ที่ระดับ 67,800 บาท ท่ามกลางการฟื้นตัวของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot)…
ตลาดทองคำในประเทศช่วงเช้าวันนี้เปิดตลาดปรับตัวบวกขึ้นอย่างโดดเด่นจากราคาปิดวันก่อนหน้า โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09:06 น. ปรับขึ้นทันที 400 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกพุ่งกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวทรงตัวประคองฐานอยู่ที่ระดับ 67,900 บาท ท่ามกลางการรีบาวด์ฟื้นตัวของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot)…
ตลาดทองคำในประเทศช่วงครึ่งวันเช้าจนถึงช่วงบ่ายวันนี้ยังคงมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยสมาคมค้าทองคำได้รายงานการปรับป้ายเปลี่ยนราคาถึบถึง 19 ครั้ง ก่อนที่จะเข้าสู่เวลา 14:00 น. สำหรับภาพรวมสถานการณ์ล่าสุดคือ การประกาศครั้งที่ 19 เมื่อเวลา 13:58 น. ซึ่งราคาเริ่มกระเตื้องรีบาวด์กลับขึ้นมาประคองฐานทรงตัวอยู่ที่ระดับ 68,050…